ความแตกต่างของคุณภาพชุดสูท

สำหรับชุดสูท ปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย ที่มีผลต่อราคาประกอบไปด้วย 1) ชนิดของผ้าที่ใช้ และ 2) ฝึกมือและความชำนาญของช่างในการตัดสูท 2 ปัจจัยที่กำหนดคุณภาพของวัสดุคือ 1) ปริมาณของผ้าวูล (wool) และ 2) เกรดของผ้าวูล ส่วนฝีมือและความชำนาญของช่างถูกกำหนดด้วยทักษะและประสบการณ์ในการตัดและการทำฟิตติ้งของช่าง คุณภาพและเกรดของซับใน  รายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ เช่น การตัดแต่ง (trimming) แถบข้างกางเกง (piping) patching ต่าง ๆ การสลักชื่อ ฯลฯ
ที่ร้านตัดสูท Monte Carlo Tailor เราได้จัดสรรชุดสูทผู้ชายให้คุณเลือกสรรตามความชอบและงบประมาณ ทั้งหมด 3 ระดับคุณภาพด้วยกันดังนี้ 1) คุณภาพเบสิค 2) คุณภาพปานกลาง และ 3) คุณภาพพิเศษ คุณสามารถดูความแตกต่างของคุณภาพได้ดังต่อไปนี้

เลือกเนื้อผ้าแบบที่ใช่ สำหรับสูทของคุณ

Dark Tan
Dark Tan – basic quality
Style: plain , Code: L9-2
Dark Olive
Dark Olive – basic quality
Style: plain , Code: L9-5
Rustic Black
Rustic Black – basic quality
Style: plain , Code: L9-8
Crimson Red
Crimson Red – basic quality
Style: plain , Code: L9-11
Silver Grey
Silver Grey – medium quality
Style: Herringbone Textured
Code: ENZE-89801-1
Dark Grey
Dark Grey – medium quality
Style: Herringbone Textured
Code: ENZE-89801-2
Charcoal Grey
Charcoal Grey – medium quality
Style: Textured Running Stripes
Code: ENZE-89803-3
Black
Black – medium quality
Style: Textured Running Stripes
Code: ENZE-89803-1
Navy Blue
Navy Blue – exclusive quality
Style: Pinstripes
Code: TR207-1
Metallic Silver
Metallic Silver – exclusive quality
Style: Shark-Skin Textured
Code: TR202-1
Metallic Sand
Metallic Sand – exclusive quality
Style: Shark-Skin Textured
Code: TR202-5
Charcoal Grey
Charcoal Grey – exclusive quality
Style: Larger Pinstripes
Code: TR208-1

คู่มือการวัดฉบับสมบูรณ์ Monte Carlo Tailor’s

ลำคอ (Neck)

  • วัดขนาดของลำคอในตำแหน่งที่ความสูงของปกเสื้อเวลากลัดกระดุม
  • ควรวัดคอที่จุดด้านล่างของลำคอใต้ลูกกระเดือกและเหนือร่องคอ (ส่วนของลำคอที่เป็นร่องลึกลงไประหว่างไหปลาร้าทั้งสองข้าง)
  • สายวัดควรจะสัมผัสกับผิวหนังแบบสบาย ๆ มีพื้นที่เพียงพอและไม่ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดหรือรำคาญ

อก (Chest)

  • วัดขนาดของอกและลำตัวในส่วนที่กว้างที่สุด (โดยปกติคือใต้รักแร้ พาดผ่านกระดูกสะบัก และหัวนม)
  • ควรจับสายวัดให้แน่นพอไม่ให้สายวัดตกลง แต่ไม่แน่นจนกระทั่งหายใจไม่ออก ควรอยู่ในจุดที่สบายตัว
  • ควรจะให้แน่ใจว่าสายวัดอยู่ในแนวนอนและแขนทั้งสองข้างอยู่ข้างลำตัว ให้ผู้ถูกวัดหายใจเป็นปกติแล้วจึงค่อยวัด
  • ไม่ควรเบ่งกล้ามหน้าอกขณะวัด

ความกว้างของไหล่ (Shoulder width)

  • วัดจากส่วนปลายของไหล่ขวามาที่ส่วนปลายของไหล่ซ้าย
  • เรากำหนด “ส่วนปลายของไหล่” ไว้ว่าคือจุดที่ระนาบแนวนอนของไหล่ตัดกับระนาบแนวตั้งของแขน

แขนเสื้อ (Sleeves)

  • วัดจากส่วนปลายของไหล่ขวาไปถึงส่วนโคนของนิ้วโป้ง และส่วนโคนของนิ้วกลาง (ประมาณ 1 นิ้วขึ้นมาจากข้อของนิ้วกลาง) ทำเช่นเดียวกันกับด้านซ้าย

การวัดกล้ามเนื้อหน้าแขนท่อนบน (Bicep measurement)

  • วัดกล้ามเนื้อหน้าแขนท่อนบน (bicep) ในจุดที่กว้างที่สุดในขณะที่วางแขนไว้ข้างลำตัว

การวัดข้อมือ (Wrist measurement)

  • วัดขนาดข้อมือในจุดที่กว้างที่สุด

เอวและท้อง (Waist / stomach)

  • วัดขนาดของเอวและท้องในจุดที่กว้างที่สุด หรือใต้ซี่โครงด้านล่าง

สะโพกและก้น (Hips/seat)

  • วัดขนาดของสะโพกและก้นในจุดที่กว้างที่สุด

ความยาวของเสื้อสูท (ด้านหน้า) (Jacket length (front))

  • วัดลงมาตรงๆ จากโคนของคอ (ด้านขวาหรือด้านซ้าย) จนถึงจุดที่ขนาดกับข้อของนิ้วโป้ง

อกด้านหน้า (Front chest)

  • ให้วางมือไว้ข้างลำตัว แล้วจึงวัดขนาดของอกด้านหน้า
  • เริ่มต้นจากด้านหน้าของรักแร้ด้านขวา พาดผ่านหัวนม และหยุดที่ด้านหน้าของรักแร้ด้านซ้าย ห้ามวัดไปถึงจุดใต้ท้องแขน

หลัง (Back)

  • ให้วางมือไว้ข้างลำตัว แล้วจึงวัดขนาดของหลัง
  • เริ่มต้นจากด้านหลังของรักแร้ด้านขวา พาดผ่านกระดูกสะบัก และหยุดที่ด้านหลังของรักแร้ด้านซ้าย ห้ามวัดไปถึงจุดใต้ท้องแขน

บทความ ยอดฮิต