หาชุดสูทมีสไตล์ในแบบของคุณ

หาชุดสูทมีสไตล์ในแบบของคุณ คุณราชา: เวลาเขาตัดสูทผู้ชายหรือตัดสูทด่วนแบบนี้เราก็ต้องดูว่า culture เขาเป็นยังไง ถ้าอเมริกันจะเน้น freedom มันจะเป็นสไตล์แค่คร่าวๆ ของอเมริกัน ยูโรเปียน อิตาเลียนหรืออื่นๆ  อ.เอ๋: ส่วนใหญ่ลูกค้านิยมเข้าไปตัดร้านสูทผู้ชายหรือตัดสูทด่วนโดยใช้ผ้าแบบไหน คุณราชา: สำหรับการตัดสูทผู้ชายจะนิยมใช้ผ้าจีอา เป็นผ้าที่ทนมาก แต่ข้อเสียของมันคือไม่ค่อยระบายอากาศ แล้วแต่จะมิกซ์กับวูลซึ่งเป็นผ้าที่โฟลว์มาก ถ้าร้านตัดสูทผู้ชายของผมจะใช้ 50% ก็คือวูล 50% แล้วก็โพลีเอสเตอร์ 50% ถ้า 100% วูลจะเป็นผ้าที่สวยมากๆ แล้วยิ่ง 120-130% โพลีเอสผ้ามันยิ่งเหมือนทิชชู แต่มันก็ดูแลยาก โดนอะไรนิดหน่อยก็ขาดง่าย คนที่อยู่ในวงการตัดสูทจะจับผ้าจนแยกแยะได้ แต่ถ้าเราไม่ได้อยู่ในวงการตัดสูทผู้ชายหรือตัดสูทด่วนวิธีที่ง่ายที่สุดคือเอาด้ายมา 2 อันแล้วเผาไฟเทียบกัน (workshop ให้ผู้เรียนจับเนื้อผ้า) วิธีการดูแลก็สำคัญ ซักไม่ได้อยู่แล้ว ต้องใช้การซักแห้ง  อ.เอ๋: สูทผู้หญิง และสูทผู้ชายถูกดีไซน์มาเพื่อไม่ต้องซัก เพราะ ถ้าเราสังเกตสูทผู้หญิงและสูทผู้ชายถูกออกแบบมาให้ใส่กับเชิ้ต เราจะเห็นว่าปลายแขนเสื้อเชิ้ตจะยาวกว่าเสื้อสูท ปกของสูทก็จะเลยเสื้อเชิ้ตมาอยู่แล้ว ดังนั้นจะไม่มีส่วนไหนเลยที่ติดเนื้อของเรา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซัก ยกเว้นแต่มันเปื้อนเล็กน้อยก็ให้ใช้น้ำสบู่เช็ดออก วิธีการใส่เชิ้ตที่ถูกต้องต้องมี undershirt คือเสื้อที่ใส่ข้างใน บางๆ…

เคล็ดลับเปิดใจกับลูกค้าร้านตัดสูท

เคล็ดลับเปิดใจกับลูกค้าร้านตัดสูท   คุณราชา: อยากจะถามว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณในการเปิดร้านตัดสูทเวลานี้คืออะไร จะชักจูงลูกค้ายังไง อะไรที่ลูกค้ากังวล แล้วเราจะตอบลูกค้ายังไง ถามผมได้เลย   อ.เอ๋: อยากให้เล่าว่าเวลาลูกค้าเข้ามาตัดสูทผู้ชาย อะไรเป็นสไตล์ที่คนฮิตกัน แล้วสไตล์ต่างๆ ในสายตาของช่างตัดเสื้อสูทมันแตกต่างกันยังไงบ้าง   คุณราชา: เมื่อลูกค้าเข้าร้านตัดสูทจะคิดมาอยู่แล้วว่าฉันจะแต่งตัวยังไง บางคนคิดว่าฉันแต่งตัวยังไงก็ไม่ขึ้น หรือคิดว่าฉันอ้วน ฉันแต่งยังไงก็ดูผอมไม่ได้ หรือว่าอะไรก็แล้วแต่มันก็ไม่สุดสักที ซึ่งมันอาจจะเกิดจากการที่เขาโดนล้อมาก่อน หรือเขามีเรื่องราวในวัยเด็กว่าแต่งตัวยังไงก็ไม่ขึ้น สิ่งที่เราต้องทำคือเราต้องเล่าสตอรี่ที่ใหญ่กว่าสิ่งที่เขากังวลให้ได้ เพราะเวลาลูกค้ามาหาเราเขาจะถามว่า อันนี้มันเข้ากับฉันไหม สิ่งนี้มันแปลว่าอะไรเนี่ย ฉันควรจะแต่งตัวยังไงดี ถ้าฉันใส่ชุดสูทแล้วมันจะดูอ้วนไหม จะดูเตี้ยไหม มันจะเข้ากับตัวฉันไหม มีชุดสูทคนอ้วนหรือเสื้อสูทคนอ้วนแฟชั่นหรือเปล่า สิ่งที่เราต้องทำคือเข้าไปคุยกับเขาเลยว่าผมเข้าใจว่าคุณมีข้อกังวลเหล่านี้ เมื่อก่อนผมก็เคยกังวลแบบนี้เหมือนกัน แล้วก็เล่าว่าคุณก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้มาได้ยังไง เช่น ฉันไปเรียนกับอาจารย์เอ๋มา เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการแต่งกายระดับโลกเลยแหละ เขา consult ให้ผู้นำทั่วอาเซียนเลย พอฉันได้เรียนฉันเลยเข้าใจว่ามันมีวิธีจัดการในสิ่งที่คุณกังวลอยู่ เช่น ฉันสามารถเทียบสีผิวคุณได้ และเข้าใจสไตล์คุณได้ ถ้าทำแบบนั้นคุณจะสามารถใส่ชุดสูทดูออกมาผอมเพรียว หรือออกมายืนข้างหน้าแล้วเป็นที่น่าสนใจของคนได้ทันที ในตอนนั้นคุณได้สร้างความเป็น expert ให้กับตัวคุณแล้ว พร้อมทลายกำแพงในใจเขาด้วย ไม่ว่าคุณจะแนะนำอะไรไปเขาก็จะฟัง แต่ถ้าคุณไม่ทำแบบนั้นก่อน เขาจะเชื่อในแบบของเขาอยู่อย่างนั้น พอคุณผลักดันเขามากๆ…

เลือกชุดสูทยังไงให้เข้ากับเรา

เลือกชุดสูทยังไงให้เข้ากับเรา   คุณราชา: ถ้าเรารู้ background ลูกค้า เราจะเข้าใจว่าเขามาจากไหน เราจะเข้าใจว่ารูปร่าง slim ของคนวัยทำงานกับ slim ของเด็กวัยรุ่นอาจจะไม่เหมือนกัน   เสื้อสูทผู้ชายกับกางเกงสูทผู้ชายก็ควรเลือกให้เข้ากัน ถ้าข้างบน slim ข้างล่างก็ไม่ควรบาน แต่ถ้ากางเกงสูทผู้หญิงจะมีหลากหลาย แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน ดังนั้นสิ่งสำคัญเราต้องถามลูกค้า เพราะบางคนจะมีสไตล์ส่วนตัวอยู่   อ.เอ๋: กรณีที่ลูกค้ามีสไตล์ส่วนตัว แต่เราเห็นแล้วว่ามันไม่เข้ากัน กรณีนี้เราจะต้องไปคุยกับช่างไว้ก่อนว่าเป็นแบบนี้ๆ ช่างจะสามารถแนะนำการตัดสูทยังไงได้บ้าง เราอาจจะใช้วิธีที่ไปในเชิงบวก โดยการบอกว่าวิธีไหนบ้างที่จะทำให้เขาใส่สูทผู้หญิงหรือสูทผู้ชายแล้วดูสูงขึ้น แทนที่จะไปบอกว่าหากตัดสูทแบบนี้ทำให้เขาดูไม่สูง   คุณราชา: เราต้องดูด้วยว่า การที่เราบอกว่าตัดชุดสูทสไตล์แบบนี้ไม่ใช่สำหรับลูกค้า อาจจะไม่ใช่สำหรับโอกาสนั้นๆ ไม่ใช่ว่าไม่ใช่ตลอดเวลา เราก็จะบอกว่าแบบนี้คุณเหมาะกับใส่ชุดสูทไปงานแต่งงานเพื่อน งานสังสรรค์ แต่ว่าถ้าไปนำเสนอหน้าห้อง ถ้าใส่ชุดสูทแบบนี้จะทำให้คนสนใจแต่เสื้อผ้า แต่ไม่ฟังคุณ ก็ให้แนะนำเขาไป   ส่วนใหญ่ชุดสูทผู้ชายและชุดสูทผู้หญิงก็จะสีดูน่าเบื่อ เหมือนกันไปหมด เราเลยอาจจะต้องสร้างความ contrast ให้ชุดสูทแฟชั่นบ้าง เช่น เอาสีถุงเท้าหรืออะไรไปตัด   อ.เอ๋: การใส่ชุดสูทผู้หญิงที่เป็นผ้ากำมะหยี่จะทำให้เราดูหรูขึ้นทำให้ชุดสูทมีราคาเมื่อเทียบกับแจ็คเก็ตธรรมดา ผ้าเวลเวทไม่แนะนำสำหรับริมทะเล สภาพอากาศหรืออะไรรอบข้างจะทำให้อายุผ้าเราสั้นลงได้…

ความแตกต่างของเนื้อผ้าและปกของสูท

ความแตกต่างของเนื้อผ้าและปกของสูท คุณราชา: ว่าด้วยเรื่อง selvage (ริมผ้า) ประเทศจีน ประเทศไทยเราชอบย้อมแมว selvage เลยไม่ใช่ของแท้ แต่ผ้าที่มาจากอังกฤษกับผ้าที่มาจากอิตาลีจะเป็น salvage แท้ ทำให้ชุดสูทราคาแตกต่างกันแต่ต้องลองสังเกตเนื้อผ้าให้ดีๆ อ.เอ๋: เราจะแยกได้ยังไงว่าผ้าตัดชุดสูทที่ใช้จริงหรือปลอม  คุณราชา: สำหรับผ้าที่ใช้ตัดสูทผู้ชายและตัดสูทผู้หญิง ให้ทดสอบเวลาเราเผา ผ้าที่สาธิตด้วยการเผาคือ selvage (ริมผ้า) ของที่ไม่เป็นธรรมชาติจะเป็นธุลี มันจะหายไปเลย แล้วเวลาเผามันจะมีกลิ่นด้วย บางร้านเขาก็มี gimmick ว่าเดี๋ยวฉันถามให้ดูเลยว่าของจริง เช่น ไหมเทียมกับไหมแท้จะใกล้เคียงกันมากเขาเลยต้องเผาให้ดู บางที่จะเพิ่มโพลีเอสเตอร์เข้าไปสัก 5% เพื่อให้ผ้ามันทนนิดนึง โพลีเอสเตอร์จะกันน้ำมากกว่า อ.เอ๋: มาดูเรื่องของปกในการตัดสูทบ้าง จะมี 3 แบบ Notch Lapel (น็อตช์ ลาเพ็ล ปกสูทแบบป้าน), Peak Lapel (พี้ค ลาเพ็ล ปกสูทแบบชี้) และ Shawl Lapel (ชาวล์ ลาเพ็ล หรือปกกล้วย)  คุณราชา:…

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับชุดสูทผู้ชาย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับชุดสูทผู้ชาย คุณราชา: สูทผู้ชายจะมีแบบ double breasted และ single breasted ส่วนใหญ่คนจะเสื้อสูทมาตัดแบบ single breasted ก่อน ตัวต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะมาตัดแบบ double breasted กัน เสื้อสูทชายแบบ jacket กับ blazer แตกต่างกันยังไง ถ้าสังเกต blazer จะเป็นกระดุมแบบ metallic สีทอง เป็นยูนิฟอร์ม จะมีกระดุม 4 กับ 6 เม็ด คำถามจากผู้เรียน: ถ้าเอาชุดสูทไปแยกใส่จะเป็นยังไง อ.เอ๋: มันก็จะกลายเป็น jacket หรือ blazer ไป เลือกผิดนี่ดู uneducated ไปเลย คำถามจากผู้เรียน: ขนาดของปกกับรูปหน้าหรือรูปร่างของคนใส่เสื้อสูทผู้ชายและเสื้อสูทผู้หญิงมีผลยังไงบ้าง คุณราชา: จุดประสงค์ของการใส่ชุดสูทชายและชุดสูทหญิงก็เพื่อให้คนที่ใส่ได้รับความสนใจ ดังนั้นถ้าเราทำขนาดของปกไม่เหมาะ จนทำให้คนไปสนใจแต่เสื้อผ้า อ.เอ๋: มันก็ผิดจุดประสงค์ ร้านตัดสูททุกร้านมีการตัดสูทที่ถูกออกแบบมาให้ใส่แล้วดูดี ดังนั้นเมื่อใส่ชุดสูทแฟชั่นเข้าไปแล้วจะต้องดูแล้วลงล็อค และให้เราดูมีเชฟ…

5 สุดยอดชุดสูทแบรนด์ไฮโซยอดฮิต

5 สุดยอดชุดสูทแบรนด์ไฮโซยอดฮิต จากบทความที่แล้วเราได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ 5 สุดยอดสูทแบรนด์ดังระดับโลกที่หลายคนอาจเคยได้มีประสบการณ์จากการใช้งานกันมาแล้ว ในบทความนี้เราจะมานำเสนออีก 5 แบรนด์ชุดสูทแฟชั่นยอดฮิตที่ใครๆ ต้องรู้จัก! 1)     กุชชี (Gucci) กุชชีเป็นแบรนด์แฟชั่นชั้นสูงที่กำเกิดในประเทศอิตาลีโดยก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2464 โดย Guccio Gucci ที่สำคัญแบรนด์กุชชีเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นที่เก่าแก่ที่สุดของอิตาลีที่ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน กุชชีเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตกระเป๋าเดินทางที่จำหน่ายให้เฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงที่ค่อนข้างร่ำรวยในประเทศอิตาลี การออกแบบและตัดเย็บของเสื้อสูทและกางเกงสูทของกุชชีจะเน้นไปที่การใช้สีเข้มเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาชุดสูทผู้ชายเท่ๆ หรือชุดสูทคนอ้วนและยังมีการใช้ลวดลายที่สลับซับซ้อนซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของกุชชี่ ในส่วนของเสื้อสูทนั้นมีการปักที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร ส่งผลให้กุชชีกลายเป็นแบรนด์ชุดสูทอิตาลีที่อยู่แนวหน้าของชุดสูทแฟชั่นชั้นสูงในประเทศอิตาลี อีกทั้งขายดีที่สุดในโลก 2)   บริโอนี (Brioni) บริโอนีเป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิด ณ กรุงโรมก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2488 โดยคู่หูของเขา Nazareno Fonticoli และหุ้นส่วนธุรกิจของเขา Gaetano Savini เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในมุมมองเชิงธุรกิจระดับโลกด้านการตัดเสื้อและที่สำคัญ Gaetano Savini Brioni ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์เสื้อประเภทสุภาพบุรุษที่หรูหราที่สุดในโลก สำหรับเหตุผลที่ผู้ชายส่วนใหญ่มีความพึงพอใจที่จะสวมใส่สูทของบริโอนีเนื่องมากจากเป็นชุดสูทชายมีการออกแบบและตัดเย็บที่คำนึงถึงสรีระของสุภาพบุรุษเป็นหลัก อีกทั้งยังมีเสื้อสูทสวยๆ ที่ให้เลือกอย่างหลากหลาย ด้วยความประณีตในแต่ละชิ้นส่วนที่จะนำมีประกอบจนกลายเป็นชุดสูทผู้ชายแฟชั่นที่สมบูรณ์ นอกจากนี้บริโอนียังได้มีโอกาสตัดชุดสูทเท่ๆ ให้กับภาพยนตร์เรื่อง James Bonds ของแดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) และเพียร์ซ บรอสแนน (Pierce…

5 อันดับสุดยอดชุดสูทแบรนด์ดัง

5 อันดับสุดยอดชุดสูทแบรนด์ดัง สำหรับการตัดสินใจที่จะเลือกชุดสูทไว้ใส่สักหนึ่งตัว ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายอาจไม่ได้มีรูปแบบของชุดสูทผู้ชายที่ตายตัว บางคนขอแค่เพียงเป็นชุดสูทสวยๆ ที่แสดงออกถึงความสุภาพ และถูกกาละเทศะตามสถานการณ์นั้นๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความหลากหลายของชุดสูทของแต่ละตัวจะมีเอกลักษณะเฉพาะที่จะสะท้อนถึงบุคลิกของผู้ที่สวมใส่ ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมข้อมูลชุดสูทแบรนด์ดังที่ถูกยกให้เป็นที่สุดของชุดสูทผู้ชายเท่ๆ ดังนี้ 1)     เบอร์เบอร์รี่ (Burberry) แบรนด์เบอร์เบอร์รี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เราคุ้นหูมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะนอกจากจะมีการจำหน่ายในส่วนของเครื่องแต่งกายแล้วยังผลิตกระเป๋า ผ้าพันคอ หรือแม้แต่กระทั้งเคสโทรศัพท์มือถืออีกด้วย และแน่นอนว่าสิ่งที่เบอร์เบอร์รี่ได้สรรสร้างสุดยอกแห่งแฟชั่นก็คือ ชุดสูท กางเกงสูท ที่มีทั้งชุดสูทผู้ชายของสุภาพบุรุษและชุดสูทผู้หญิงของสุภาพสตรี สำหรับจุดเริ่มต้นนั้น เบอร์เบอร์รี่ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2399 และเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเรื่องของการผลิตเครื่องแต่งกายกลางแจ้ง เช่น เสื้อกันฝนคลาสสิค และการสร้างความแตกต่างโดยการผลิตสินค้าที่มีลายสก๊อต หลังจากนั้นได้มีการนำรูปแบบเสื้อสูทมาจากอังกฤษเข้ามาผสมผสานโดยรับแรงบันดาลใจมากจากความคลาสสิกของผ้าและเทคนิคการตัดเย็บที่ทันสมัยจนกลายเป็นเสื้อสูทสวยๆ ที่มีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเบอร์เบอร์รี่ 2)     ดอลเช่ แอนด์ แกบาน่า (Dolce & Gabbana) คนส่วนใหญ่หากได้ยินชื่อของแบรนด์นี้คงสงสัยว่าเป็นแบรนด์จากประเทศอะไร สำหรับ ดอลเช่ แอนด์ แกบาน่า เป็นแบรนด์ที่มาจากนครมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1980 โดยนักออกแบบชาวอิตาลีสองคนปัจจุบันนี้กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์อิตาลียอดนิยมที่สุดตลอดกาล และหลังจากการก่อตั้ง 7 ปี ดอลเช่ แอนด์ แกบาน่า…

สูทร่วมสมัย สไตล์อเมริกัน

สูทร่วมสมัย สไตล์อเมริกัน อเมริกา ดินแดนแห่งความอิสรภาพทั้งทางความคิด การกระทำ และความฝัน เป็นสิ่งผลักดันให้อเมริกาเป็นผู้นำในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะเรื่องของแฟชั่น หากจะพูดถึงรสนิยมการใส่ชุดสูทผู้ชายแล้ว ชาวอเมริกันมักจะใส่สูทในโอกาสสำคัญๆ เช่น ชุดสูทงานแต่งงานรวมถึงใส่เสื้อสูทในงานประชุมหรือที่ทำงานบางครั้งด้วย เบื้องหลังของสูทสไตล์อเมริกัน ชุดสูทผู้ชายสไตล์อเมริกันได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอังกฤษ เนื่องมาจากคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในอเมริกาในช่วงแรกๆ นั้นเป็นผู้ที่อพยพมาจากอังกฤษ ซึ่งชุดสูทสวยๆ สไตล์อังกฤษมักจะถูกสวมใส่โดยชนชั้นนำทางการทหารและชนชั้นสูงในยุคสมัยนั้น แต่อเมริกานครแห่งอิสรภาพได้นำเพียงแค่แนวคิดมาปรับใช้ให้เกิดรูปแบบชุดสูทผู้ชายแฟชั่นที่ร่วมสมัย และออกแบบตามแต่ละบุคคลมากขึ้น หากย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2463 ณ นครนิวยอร์กซิตี้ เกิดยุค “The roaring twenties” หรือยุคที่เศรษฐกิจและตลาดเฟื่องฟูซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ หลายอย่างโดยเฉพาะการจำหน่ายชุดสูทชาย เพราะด้วยยุคสมัยที่รุ่งเรืองอย่างนี้ใครๆ ก็อยากที่จะมีชุดสูทเท่ๆ สักตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าหรืออยากจะไปออกเต้นรำด้วยชุดสูทแฟชั่นที่เฉิดฉายชวนคนหันมอง ที่สำคัญในยุคนี้ได้เกิดธุรกิจร้านตัดสูทขึ้นมามากมาย และสามารถสร้างความร่ำรวยให้แก่เจ้าของกิจการร้านตัดสูทได้อย่างไม่สงสัย อย่างไรก็ตามชุดสูทผู้ชายสไตล์อเมริกันก็ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคตามสมัย ดังจะเห็นได้ว่าผู้บุกเบิกชุดสูทชายชาวอเมริกันต้องเริ่มต้นสร้างชุดใหม่เพื่อให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงไปของรสนิยม และผลิตจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่อุตสาหกรรมด้านชุดสูทแฟชั่นของอเมริกาจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้สวมใส่ทั่วโลก เอกลักษณ์ของสูทอเมริกา ลักษณะของชุดสูทชายสไตล์อเมริกันที่นอกจากจะสร้างมาตราฐานของการแต่งกายให้แก่ผู้ที่สวมใส่แล้ว ยังมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ส่วนของเสื้อสูท มีลักษณะที่มีรอยผ่าหลังบริเวณชายเสื้อ 1 รอย ขนาดแขนเสื้อสูทจะกว้างและอยู่ต่ำ ช่องกระเป๋าบางเรียบเนียนไปกับเสื้อสูท แต่บริเวณช่วงเอวจะไม่รัดรูปหรือไม่เว้าไปตามรูปร่าง และชายแขนเสื้อสูทมีกระดุม 3 เม็ด กางเกงสูท ลักษณะของกางเกงสูทจะได้รับการผสมผสานของทั้งชุดสูทสไตล์อิตาลีและชุดสูทสไตล์อเมริกันที่จะเพิ่มความสบายในการสวมใส่มากกว่าที่เคย จนในบางทีหลายคนกลับมองว่ากางเกงสูทมีลักษณะคล้ายกระสอบ…

ใส่สูทยังไงให้เหมือนผู้ดีอังกฤษ?

ใส่สูทยังไงให้เหมือนผู้ดีอังกฤษ? อังกฤษถือว่าเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยาวนาน ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางด้านประเพณีและอารยธรรม หากพูดถึงศิลปะของชาวอังกฤษที่นอกเหนือจากเรื่องของภาพจิตรกรรมหรืออาคารการก่อสร้างแล้ว “แฟชั่นและสไตล์การแต่งตัว” ถือเป็นหนึ่งมรดกที่ชาวอังกฤษภาคภูมิใจที่จะนำเสนอเรื่องราวออกมาผ่านการแต่งตัวนั้นเอง จุดเริ่มต้นของสูทสไตล์อังกฤษ ประเทศอังกฤษมีการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไปตามช่วงยุคสมัย โดยส่วนใหญ่เน้นไปที่คุณภาพของผ้า เนื่องมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ชุดสูทผู้ชายแฟชั่นมักเริ่มจากบุคคลที่มีอิทธิพลตามยุคสมัย ได้รับแรงบันดาลใจมาตั้งแต่ยุคกลางซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของศิลปะการแต่งกายขั้นสูง จากวิวัฒนาการของรูปแบบเครื่องแต่งกายจะเห็นได้ว่ารูปแบบของสูทสไตล์อังกฤษเกิดขึ้นนานแล้ว เพียงแต่ปัจจุบันนี้มีการปรับรูปแบบของเสื้อสูทชายสไตล์อังกฤษให้สอดคล้องกับการใช้งาน และรสนิยมของผู้สวมใส่ที่เปลี่ยนแปลงไป ในยุคปัจจุบันหากชาวอังกฤษต้องการจะซื้อชุดสูทอังกฤษสักตัว มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะไปหาซื้อชุดสูทสวยๆ อยู่ที่ย่านถนน ซาวิล โรว์ (Savile Row เดิมชื่อ Savile Street) ในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพราะถนนสายถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของชุดสูทผู้ชายฉบับอังกฤษขนาดแท้ และหากต้องการทราบที่มาคร่าวๆ ของถนนสายนี้ก็จะต้องย้อนกลับไปที่ปีค.ศ. 1674 เมื่อย่านนี้ถูกสร้างขึ้น และในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 กลุ่มช่างตัดเสื้อสูทที่มีความมุ่งมั่นได้เปิดสถานที่เย็บปักเสื้อผ้าขึ้นบนถนนโดยที่ Henry Poole เป็นบ้านตัดเย็บที่เก่าแก่ที่สุดบนถนนนั้น และในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 แถวดังกล่าวได้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในด้านการตัดเย็บเสื้อผ้าชุดสูทผู้ชายเท่ๆ มีคุณภาพ โดยส่วนใหญ่จะมีลูกค้าและศัลยแพทย์ในกองทัพอังกฤษ จากทั้งผลงานและเรื่องราวของช่างตัดเสื้อระดับฝีมืออย่าง Richard Anderson ที่คุณภาพของงานนั้นไม่มีใครเทียบได้มานับศตวรรษ ปัจจุบันถนนย่านนี้เป็นที่รู้จักในด้านความงามผู้อยู่อาศัยที่ร่ำรวยและธุรกิจระดับสูงอยู่ในใจกลางกรุงลอนดอน และเป็นที่ทราบดีกันว่าหากจะหาการตัดเย็บเสื้อผ้าหรือชุดสูทสวยๆที่หรูหราที่สุดในอังกฤษควรจะต้องมาที่นี่นั่นเอง อะไรที่จะบ่งบอกว่านี่คือสูทสไตล์อังกฤษ? สไตล์การแต่งตัวชุดสูทเท่ๆ ผู้ชายของชาวอังกฤษส่วนใหญ่จะมีแบบแผนที่ชัดเจนเน้นความสุภาพ และต้องเนี้ยบไร้ที่ติ…

ชุดสูทเนี้ยบมีระดับ สไตล์อิตาลี

ชุดสูทเนี้ยบมีระดับ สไตล์อิตาลี อิตาลีเป็นประเทศที่อยู่ทางยุโรปตอนใต้ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ด้านศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจและตระการตา ได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่สมัยโบราณจากชนชาติต่างๆ ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน มีศิลปินและนักปราชญ์ที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับหลายๆ คนทั่วโลก สีสันและกลิ่นอายความเป็นอิตาลียังคงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นคนในประเทศเองและรวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย นอกจากนี้อิตาลียังมีจุดเด่นในเรื่องของแฟชั่นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดสูทแฟชั่นที่นับเป็นเครื่องแต่งกายยอดนิยมที่ชาวอิตาลีจะต้องใส่ มีการออกแบบสูทสวยๆ สไตล์อิตาลีเต็มไปด้วยความคิดที่สร้างสรรค์เต็มไปด้วยเรื่องราวและความเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ของสูทอิตาลี ที่มาและความสำคัญที่สูทสไตล์อิตาลี หากย้อนไปในปีพ.ศ. 2493 มีการนำเสนอแบบร่างของชุดสูทผู้ชายเท่ๆ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอิตาลีและฝรั่งเศสที่เรียกว่า “Continental” ส่งผลให้คนอเมริกันได้รู้จักกับการตัดชุดสูทผู้ชายเท่ๆสไตล์นี้มากขึ้น ซึ่งจากการออกแบบชุดสูทแฟชั่นชายจะมีการปรับแต่งเป็นพิเศษพร้อมกับเพิ่มเบาะรองไหล่ รัดรูปพอดีกับสัดส่วน ในส่วนของอกจะพอดีกับรูปร่าง กระชับและเน้นการเข้ารูปที่เอว เป็นต้น เรื่องราวที่อธิบายถึงวัฒนธรรมอันล้ำค่าของอิตาลีได้สร้างสรรค์ให้ทุกผลงานที่ออกมามีคุณภาพ อันมีจุดประสงค์ที่จะให้ผู้สวมใส่ชุดสูทผู้ชายแฟชั่นหรือสูทงานแต่งงานได้รับรู้ถึงคุณค่า สุนทรียภาพเหนือสิ่งอื่นใด และให้พวกเขามองหาสไตล์ที่เหมาะสมที่สุดของชุดสูทผู้ชายสไตล์อิตาลี องค์ประกอบของชุดสูทอิตาลี โดยทั่วไปแล้วลักษณะของชุดสูทแฟชั่นแบบอิตาลีดั้งเดิมจะมีวิธีการตัดเย็บที่ทันสมัย แต่สิ่งที่ทำให้ชุดสูทแฟชั่นผู้ชายสไตล์อเมริกานั้นแตกต่างจากชุดสูทผู้ชายอื่นๆ คือช่างออกแบบจะมีการตัดชุดสูทผู้ชายของพวกเขาตามความลาดชันของไหล่ของคุณ เพื่อสร้างชุดสูทผู้ชายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร “สูทเท่ๆ ที่ไม่ได้เป็นทางการมากเกินไป” บางครั้งอาจพบว่าการตัดชุดสูทชายสไตล์อิตาลีจะมีความคล้ายคลึงกันกับชุดสูทชายสไตล์อังกฤษ กล่าวคือสูทผู้ชายจะเรียวไปรอบๆ ส่วนตรงกลาง แต่ก็จะมีความแตกต่างจากชุดสูทอังกฤษตรงที่ชุดสูทอิตาลีจะถูกออกแบบให้มีการเน้นสัดส่วนที่มากขึ้น ในช่วงเอวจะมีการรัดรูปร่างให้ดูมีมิติ สูทแจ็คเก็ตจะสั้นกว่าสูทสไตล์อังกฤษทั้งสองด้าน โดยส่วนใหญ่จะตัดเย็บประมาณหนึ่งนิ้วซึ่งค่าสูงกว่าสูทสไตล์อังกฤษ และในส่วนของกางเกงสูทจะมีความยาวที่อาจจะเหลือไว้พับครึ่งหนึ่ง หรือไม่มีเลยเมื่อวัดที่ขากางเกงสูทที่ตรงกับรองเท้าของคุณ นอกจากนี้การตัดสูทสวยๆ แบบอิตาลีจะมีการขึ้นปกสูงและมีรูปร่างที่กลมกลืนกับไหล่ ชุดสูทผู้ชายอิตาลีนั้นจะทำให้ผู้สวมใส่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่ใส่ชุดสูทเหมือนกัน สูทแบบอิตาลีเหมาะกับรูปร่างของคุณหรือไม่? หากจะกล่าวถึงวิธีการเลือกชุดสูทผู้ชายเท่ๆ สักตัวที่เหมาะสมกับรูปร่างของคุณแล้วนั้น คุณอาจต้องตรวจสอบชุดสูทผู้ชายปัจจัยหลายประการไม่ว่าจะเป็นขนาด…